• คำถามทั่วไปที่พบบ่อย

  • ลอรีอัลทำการทดลองในสัตว์หรือไม่?

    ลอรีอัลจริงจังกับการดูแลสิ่งแวดล้อม และมุ่งมั่นที่จะตรวจสอบให้ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุดเทียบกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดียวกัน จึงได้ก่อตั้งศูนย์ทดลองเพื่อการวิจัยขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อประเมินผลกระทบที่สูตรของผลิตภัณฑ์ของเรามีต่อระบบนิเวศทางน้ำ เริ่มต้นในปี 1995

  • บรรจุภัณฑ์ของคุณสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้หรือไม่?

    ลอรีอัล ปารีส พยายามทำให้บรรจุภัณฑ์สำหรับเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในห้องน้ำดูเรียบง่าย พร้อมทั้งคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคเหนือสิ่งอื่นใด เพราะบรรจุภัณฑ์มีส่วนสำคัญมากในการปกป้องผลิตภัณฑ์ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของเราต้องสัมผัสกับผิวหนังโดยตรง ดังนั้นบรรจุภัณฑ์จะต้องให้การปกป้องผิวในระดับเซลล์และไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ เนื่องจากพีวีซีเป็นวัสดุที่กำจัดได้ยาก เราจึงได้ริเริ่มเปลี่ยนไปใช้วัสดุอื่นที่สามารถรักษาประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ไว้ได้อย่างน่าพอใจภายในเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ซึ่งโดยรวมแล้วช่วยให้ผลิตภัณฑ์ของเราลดการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ ความปลอดภัยของลูกค้ามีความสำคัญสำหรับเรา เพราะสุดท้ายแล้ว ผลิตภัณฑ์ของเราอาจถูกนำไปใช้ในห้องน้ำหรือแม้แต่ใช้กับเด็ก หากใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นแก้ว ก็อาจตกแตกจนทำให้ลูกค้าได้รับบาดเจ็บ การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติกจึงตัดความเสี่ยงในจุดนี้ไป นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติกยังสามารถนำไปเผาทำลายได้ หากมีการเตรียมระบบกรองอากาศที่เหมาะสม การเผาทำลายบรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติกจะไม่สร้างปัญหาให้กับชั้นบรรยากาศ ยิ่งไปกว่านั้น การขนส่งบรรจุภัณฑ์ที่เป็นพลาสติกยังประหยัดและดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าบรรจุภัณฑ์ที่เป็นแก้ว เพราะไม่ต้องอาศัยอะไรมากในการขนส่ง จึงใช้พลังงานและสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า

  • คุณใช้ภาพที่ผ่านการแต่งด้วยแอร์บรัชหรือการรีทัชหรือไม่?

    เราให้ความสำคัญกับการโฆษณาอย่างโปร่งใสและซื่อตรง เรามีหลักจรรยาบรรณอันเคร่งครัดเพื่อให้มั่นใจว่าภาพที่เราใช้ในการโฆษณาจะไม่ทำให้เกิดการเข้าใจผิด หรือแสดงผลลัพธ์เกินกว่าที่ผลิตภัณฑ์สามารถทำได้ โดยภาพทั้งหมดเป็นไปตามประมวลกฎหมายว่าด้วยการโฆษณาของสหราชอาณาจักรและประเทศไอร์แลนด์

  • ฉันสามารถดูรายชื่อส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ได้อย่างไร?

    การเลิกใช้ส่วนผสมเดิมเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน เพราะต้องอาศัยการวิเคราะห์และการเสาะหาส่วนผสมที่นำมาใช้แทนได้และตรงตามเกณฑ์หลายอย่าง (เช่น ความปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ประสิทธิภาพ แหล่งวัตถุดิบที่ยั่งยืน และต้นทุนโดยรวม) ลอรีอัลกำลังมองหาส่วนผสมจากธรรมชาติมาใช้แทน (เช่น อนุภาคแร่ เมล็ดผลไม้) ซึ่งให้ประสิทธิภาพและความปลอดภัยเช่นเดิม ลอรีอัลจริงจังกับการดูแลสิ่งแวดล้อม และมุ่งมั่นที่จะตรวจสอบให้ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุดเทียบกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดียวกัน จึงได้ก่อตั้งศูนย์ทดลองเพื่อการวิจัยขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อประเมินผลกระทบที่สูตรของผลิตภัณฑ์ของเรามีต่อระบบนิเวศทางน้ำ เริ่มต้นในปี 1995

  • ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว

  • ฉันสามารถใช้คลีนซิ่ง ไวป์ ได้ทุกวันหรือไม่?

    คลีนซิ่ง ไวป์ สามารถใช้ได้ทุกวัน แต่ขอแนะนำให้ใช้เมื่อเดินทางหรือเมื่อต้องการความสะดวก ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดได้รับการคิดค้นขึ้นตามประเภทผิวของคุณ และจะให้ประโยชน์สูงสุดโดยมอบส่วนผสมพิเศษที่จำเป็นต่อผิว

  • สครับจะช่วยดูแลผิวได้อย่างไร?

    การสครับผิวเป็นประจำจะช่วยให้ผิวกระจ่างใสและทำความสะอาดสิ่งอุดตัน พร้อมช่วยให้รูขุมขนกระชับโดยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกอย่างอ่อนโยน เมื่อเราอายุมากขึ้น ขั้นตอนการผลัดผิวตามธรรมชาติจะชะลอตัวลง การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเม็ดบีดส์ (การขัดผิวด้วยวัตถุ) หรือมี AHA หรือ BHA (การขัดผิวทางเคมี) จะช่วยในการผลัดผิว

  • หากฉันใช้ครีมลดเลือนริ้วรอยสำหรับผู้ใหญ่ขณะที่มีอายุยังไม่มาก การใช้ครีมเหล่านี้จะช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยในภายหลังได้หรือไม่?

    ไม่ได้ เราควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อการดูแลผิวที่เหมาะสมสำหรับช่วงเวลาขณะนั้น ซึ่งอาจหมายถึงการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ของเราเพื่อให้เหมาะกับสภาพอากาศ เช่น การเปลี่ยนแปลงไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่เข้มข้นขึ้นเล็กน้อยในเดือนที่อากาศเย็นกว่า หากจำเป็น การใช้ผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อผิวผู้ใหญ่ในขณะที่คุณยังอายุไม่มากอาจเข้มข้นเกินไปและบำรุงมากเกินไป หรืออาจทำให้ผิวอุดตัน จึงเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ฉันควรใช้ครีมบำรุงผิวที่มีสารป้องกันแสงแดดทุกวันหรือไม่?

    หากอยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งกว่า หรือแม้แต่ในฤดูหนาวก็ตาม เราขอแนะนำให้คุณใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดเป็นประจำทุกวัน เนื่องจากเราได้รับรังสี UVA และ UVB ตลอดทั้งปี และรังสีเหล่านี้ก็เป็นปัจจัยที่กระตุ้นการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

  • ฉันควรใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายทุกวันหรือไม่?

    การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายทุกวันเป็นสิ่งดีและผิวคุณจะดูดซับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายได้ดีที่สุดหลังการอาบน้ำเมื่อผิวยังคงเปียกหมาด

  • โทนเนอร์มีประโยชน์อย่างไร?

    โทนเนอร์ใช้ในการทำความสะอาดผิวอย่างเต็มรูปแบบ โดยช่วยให้ผิวกลับมามีค่าความเป็นกรด-ด่างตามธรรมชาติของผิว ขจัดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือเครื่องสำอางตกค้าง และทำให้ผิวพร้อมรับคุณประโยชน์จากครีมบำรุงผิวหรือทรีทเมนท์ได้อย่างเต็มที่

  • ความแตกต่างระหว่างไนท์ครีมและเดย์ครีมคืออะไร

    เดย์ครีมถูกคิดค้นขึ้นเพื่อปกป้องผิวจากมลภาวะระหว่างวัน เช่น รังสี UV และมลพิษ พร้อมช่วยเติมความชุ่มชื้นและดูแลความต้องการพิเศษของผิวแต่ละประเภท ไนท์ครีมคิดค้นขึ้นเพื่อช่วยฟื้นบำรุงและกระตุ้นการผลัดเซลล์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในขณะที่เราหลับ และไนท์ครีมไม่มีส่วนผสมของสารกันแดด

  • เหตุใดฉันจึงควรใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาโดยเฉพาะ?

    เพราะผิวรอบดวงตาบอบบางและอ่อนไหวกว่าผิวบริเวณอื่นของใบหน้าถึง 6 เท่า อีกทั้งยังมีน้ำมันตามธรรมชาติน้อยกว่า รอบดวงตาจึงมีโอกาสเกิดสัญญาณความร่วงโรยแห่งวัยได้เป็นจุดแรก ครีมบำรุงรอบดวงตาได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อดูแลข้อจำกัดเหล่านี้ ซึ่งยังช่วยลดเลือนรอยหมองคล้ำและอาการบวมได้ดี

  • ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม

  • ฉันจะใช้เซรั่มอย่างไรและเมื่อใด?

    เซรั่มได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อเพิ่มความเงางาม เรียบลื่น และช่วยให้ผมนุ่ม คุณสามารถลูบเซรั่มลงบนผมเปียกหมาดๆ หรือผมที่เช็ดจนแห้งก่อนการจัดแต่งทรงผม หรือใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการจัดทรงเพื่อช่วยให้ปลายผมนุ่มขึ้นเมื่อแห้ง

  • ฉันควรสระผมบ่อยเพียงใด? สามารถสระผมทุกวันได้ไหม?

    ความถี่ในการสระผมขึ้นอยู่กับประเภทของผมและไลฟ์สไตล์ของคุณ ผมมัน สภาพแวดล้อมในการทำงาน และไลฟ์สไตล์ด้านกีฬาหรือความเคลื่อนไหวทำให้จำเป็นต้องสระผมบ่อยขึ้น การสระผมทุกวันสามารถทำได้หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับประเภทและความต้องการของผมคุณอย่างตรงจุด

  • ทรีทเมนท์จะช่วยผมได้อย่างไรและควรใช้อย่างไร?

    ทรีทเมนท์สำหรับดูแลเส้นผมมีส่วนผสมออกฤทธิ์ที่เข้มข้นสูงกว่าเพื่อดูแลความต้องการของผมคุณเป็นพิเศษ ทรีทเมนท์บางตัวสามารถใช้ได้ทุกวัน เช่น เอลไวฟ์ คอนดิชันนิ่ง สเปรย์, เซรั่ม และเอลไวฟ์ รี-นูทริชั่น ไนท์ อิลิคเซอร์ และเดลี่ นูทริทีฟ ฟลูอิด ทรีทเมนท์อื่นๆ เช่น เอลไวฟ์ มาส์ก และเอลไวฟ์ แอนไท-เบรคเคจ คอนเซนเทรท จำเป็นต้องใช้เพียงหนึ่งครั้งต่อทุกๆ 7-10 วัน โดยขึ้นอยู่กับสภาพผมคุณ

  • ฉันมีผมลอนและหยิกซึ่งไม่จำเป็นต้องสระทุกวัน แต่พอตื่นมาผมก็ดูลีบแบนและยุ่งทุกวัน ฉันควรทำอย่างไร?

    มีทางเลือกสองทางนั่นคือ คุณสามารถทำให้ผมหมาดหรือเปียก จากนั้นลงผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม เซรั่มหรือทรีทเมนท์แบบลีฟอินเพียงเล็กน้อย แล้วจัดแต่งทรงหรือปล่อยให้ผมแห้งตามธรรมชาติ หรือหากผมคุณแห้งเสียง่าย ทำให้ผมเปียกแล้วลงครีมนวด จากนั้นจึงล้างออกแล้วจัดแต่งทรงผม

  • ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม

  • ฉันสามารถใช้ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมถาวรหลังใช้ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมกึ่งถาวรได้หรือไม่? ฉันสามารถใช้ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมกึ่งถาวรหลังใช้ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมถาวรได้หรือไม่?

    ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมถาวรสามารถใช้หลังผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมกึ่งถาวรได้โดยขึ้นอยู่กับเฉดสีที่คุณเลือก เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ขอแนะนำให้เลือกเฉดสีที่ตรงกับสีเดิมหรือสีที่เข้มขึ้นหนึ่งถึงสองระดับ เฉดสีที่อ่อนกว่าอาจไม่ให้ผลลัพธ์ที่คุณต้องการ ดังนั้นโปรดอย่าลืมเมื่อเลือกผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม หากต้องการความช่วยเหลือ โปรดปรึกษาช่างทำผมที่มีประสบการณ์หรือติดต่อเราโดยตรง

  • ฉันสามารถเตรียมผมเพื่อให้แน่ใจว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดได้อย่างไร?

    ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมจากลอรีอัล ปารีส อุดมด้วยส่วนผสมหลากหลายชนิด ที่ให้การบำรุงผมเพื่อปกป้องและดูแลผมคุณระหว่างขั้นตอนการเปลี่ยนสีผม อย่างไรก็ตาม หากต้องการดูแลเส้นผมและสีผมอย่างต่อเนื่อง ขอแนะนำให้ใช้แชมพูและครีมนวดผมที่ได้รับการคิดค้นขึ้นเป็นพิเศษเพื่อปกป้องเส้นผมและช่วยให้สีผมเปล่งประกายยาวนาน การใช้ทรีทเมนท์และมาส์กบำรุงผมอย่างล้ำลึกเป็นประจำจะช่วยดูแลพร้อมคงความชุ่มชื้นและความมีชีวิตชีวาให้เส้นผม เมื่อคุณเปลี่ยนสีผม ผมจึงดูดซับสีได้สม่ำเสมอ ผลลัพธ์คือผมสวยสมบูรณ์แบบตั้งแต่โคนจรดปลายผม เอลไวฟ์ คัลเลอร์ โพรเทค จากลอรีอัล ปารีส ได้รับการคิดค้นขึ้นเป็นพิเศษเพื่อปกป้องเส้นผม พร้อมช่วยให้สีผมเปล่งประกายและเงางามได้ยาวนาน ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้จะช่วยให้เส้นผมและสีผมมีสภาพดีที่สุดทั้งก่อนและหลังเปลี่ยนสีผม นอกจากนี้ การเล็มปลายผมที่แห้งเสียและแตกปลายออกเป็นประจำจะช่วยให้สีผมดูชัดเจนและเปล่งประกาย

  • ฉันจะขจัดสีที่ตกค้างบนผิวได้อย่างไร?

    เทผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เช่น น้ำยาบ้วนปาก ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหลังโกนหนวด หรือน้ำหอมลงบนสำลีและเช็ดบริเวณที่มีสีตกค้างอย่างเบามือ จากนั้นจึงเช็ดออกด้วยน้ำและทาครีมบำรุงผิวหน้าปริมาณเล็กน้อย หากต้องการป้องกันไม่ให้สีตกค้างเมื่อเปลี่ยนสีผมครั้งต่อไป ให้ทาครีมบำรุงผิวหรือวาสลีนปริมาณเล็กน้อยตามผิวหนังบริเวณไรผมก่อนทำการเปลี่ยนสีผม และควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าครีมบำรุงผิวหรือวาสลีนไม่เปื้อนเส้นผม เนื่องจากจะทำให้สีผมไม่ติดในบริเวณดังกล่าว

  • ฉันจะเลือกเฉดสีที่เหมาะกับฉันได้อย่างไร?

    เราขอแนะนำให้คุณเลือกเฉดสีที่อ่อนหรือเข้มกว่าสีผมจริงของคุณไม่เกินสองระดับ เมื่อใช้วิธีนี้ คุณจะได้สีผมที่เข้ากับสีผิวและสีตาธรรมชาติของคุณ นอกจากนี้ยังช่วยให้การเปลี่ยนสีผมในครั้งต่อไปเป็นเรื่องง่าย

  • ฉันควรใช้ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมซ้ำบ่อยเพียงใด?

    ขึ้นอยู่กับว่าผมคุณยาวเร็วแค่ไหน (ประมาณ 1 ซม.หรือครึ่งนิ้วต่อเดือน) คือประมาณทุกๆ 5 ถึง 6 สัปดาห์ สำหรับสีผมที่ค่อยๆ จางลงหลังสระผม ความถี่ในการเปลี่ยนสีผมซ้ำจะขึ้นอยู่กับความถี่ในการสระผมของคุณ

  • หากฉันเปลี่ยนสีผมแล้ว แต่ต้องการเปลี่ยนเป็นสีใหม่ที่อ่อนลงจะได้ผลหรือไม่?

    ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมถาวรที่สีอ่อนกว่าจะไม่สามารถทำให้สีผมที่เข้มกว่าอ่อนลงได้ คุณอาจจำเป็นต้องทำสองขั้นตอนเพื่อขจัดสีเดิมออกบางส่วนโดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้สีผมอ่อนลงก่อนเปลี่ยนสีผมใหม่ หากต้องการคำแนะนำในเรื่องนี้ โปรดปรึกษาช่างทำผมที่มีประสบการณ์เสมอ

  • หากสีผมออกมาเข้มหรือสว่างไปเล็กน้อย ฉันจะแก้ไขอย่างไร?

    การสระผมด้วยแชมพูยาหรือแชมพูขจัดรังแคหลายครั้งจะสามารถช่วยขจัดสีผมเดิมได้บางส่วน แต่ไม่สามารถขจัดสีผมได้ทั้งหมด ชโลมแชมพูลงบนผมเปียกหมาดๆ นวดและทิ้งไว้ประมาณสองถึงสามนาที ชโลมแชมพูซ้ำ (ประมาณ 3-6 ครั้ง) จนกว่าจะได้เฉดสีที่ต้องการ จากนั้นให้ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผมสูตรเข้มข้นหรือทรีทเมนท์บำรุงผมสูตรล้ำลึก

  • ฉันจำเป็นต้องทดสอบอาการแพ้ตามที่แพคแกจของผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมทั้งหมดของลอรีอัล ปารีส แนะนำหรือไม่?

    จำเป็นอย่างยิ่ง แม้ปฏิกิริยาแพ้อาจพบได้น้อยแต่คุณควรทดสอบอาการแพ้อย่างน้อย 48 ชั่วโมง ก่อนผสมผลิตภัณฑ์และเปลี่ยนสีผม หากต้องการข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับวิธีและจุดที่ควรทำการทดสอบเพิ่มเติม โปรดดูแผ่นพับที่มีคำแนะนำซึ่งมาพร้อมแพคแกจของผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม

  • เครื่องสำอาง

  • มีกฎเกณฑ์ในการเขียนอายไลน์เนอร์หรือไม่?

    เขียนให้ชิดโคนขนตามากที่สุด และให้เขียนขอบตาบนเสมอ หรือเขียนขอบตาล่างด้วยในบางครั้ง แต่อย่าเขียนขอบตาล่างเพียงอย่างเดียวเพราะจะทำให้ตาของคุณ “ดูหรี่” จนเล็กลง เส้นที่มีปลายเรียวเล็กควรยาวตลอดดวงตาของคุณ หรือ 1/3 และ 2/3 ส่วนของดวงตา แต่อย่าเขียนแค่ครึ่งตาเพราะจะทำให้ตาของคุณดูเหมือน “ถูกตัด” ไปครึ่งหนึ่ง ส่วนลิควิดไลน์เนอร์จะเหมาะสำหรับเขียนขอบตาบนเท่านั้น

  • ฉันจะใช้บรอนเซอร์อย่างไร?

    บรอนเซอร์เหมาะที่จะลงในบริเวณจุด “รับ” แสงโดยตรงบนใบหน้า แต่ไม่ใช่ทั่วทั้งหน้า ปัดบางๆ บริเวณหน้าผาก แก้ม คาง และจมูกเพื่อผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ

  • ฉันจะเลือกมาสคาร่าอย่างไร?

    ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ที่คุณต้องการและลักษณะขนตาของคุณ มาสคาร่าได้ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อมอบผลลัพธ์เฉพาะตัว เช่น ความยาว ความคมเข้ม ความหนา หรือทุกข้อรวมกัน โดยชื่อผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทบ่งบอกถึงผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับ มาสคาร่ามี 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ สูตร แปรง และหัวปัด ซึ่งมีผลต่อปริมาณผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นต้องใช้สำหรับสร้างผลลัพธ์

  • ฉันจะเลือกเฉดสีบลัชออนของฉันอย่างไร?

    โดยปกติแล้ว ให้เลือกบลัชออนตามโทนสีลิปสติกของคุณเพื่อให้ลุคโดยรวมดูลงตัว ตัวอย่างเช่น เลือกบลัชออนโทนชมพูหากคุณจะทาลิปสติกสีชมพู หากคุณทาลิปสติกโทนสีนู้ด สีที่ดูเป็นธรรมชาติ หรือสีแดงอ่อน คุณควรเลือกสีบลัชออนที่ดูเป็นธรรมชาติซึ่งเข้มกว่าสีผิวคุณ

  • ดินสอเขียนขอบปากมีประโยชน์อย่างไรและฉันจะเลือกเฉดสีอย่างไร?

    ดินสอเขียนขอบปากสามารถใช้กำหนดขอบและรูปปากของคุณ ป้องกันไม่ให้ทาลิปสติก “ออกนอกปาก” แก้ไขรูปปากที่ไม่สมดุล และเป็นเบสให้สีลิปสติกติดทนยิ่งขึ้นเมื่อเขียนทั่วริมฝีปาก เลือกเฉดสีให้ใกล้เคียงกับสีลิปสติกของคุณมากที่สุด หรือเลือกเฉดสีที่เหมือนกับสีริมฝีปากตามธรรมชาติของคุณ

  • ไพร์เมอร์คืออะไรและฉันจะใช้ไพร์เมอร์อย่างไรและเมื่อใด?

    ไพร์เมอร์มีสองชนิด อย่างแรกเหมาะกับผิวทุกประเภท ส่วนอีกแบบจะช่วยแก้ไขปัญหาผิวมันหรือปัญหาสีผิว การลงไพร์เมอร์จะทำหลังทาผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นเพื่อช่วยให้ผิวเรียบเนียน เครื่องสำอางติดทนนานยิ่งกว่าที่เคย

  • ฉันจะใช้คอนซีลเลอร์อย่างไรและเมื่อใด?

    การทาคอนซีลเลอร์ควรทำหลังลงรองพื้น เนื่องจากรองพื้นจะปกปิดปัญหาผิวส่วนใหญ่อยู่แล้ว การทาคอนซีลเลอร์เป็นลำดับต่อมาจะช่วยเพิ่มการปกปิดเป็นพิเศษในบริเวณที่จำเป็น แต่มีข้อยกเว้นข้อเดียวนั่นคือคอนซีลเลอร์สำหรับแก้ไขสีผิวควรทาก่อนลงรองพื้น ให้ใช้อุปกรณ์ทาคอนซีลเลอร์ที่มาพร้อมผลิตภัณฑ์ หรือใช้แปรงขนาดเล็ก จากนั้น ค่อยๆ “แตะ” คอนซีลเลอร์ให้กระจายตัวบนผิวโดยห้าม “ถู” เมื่อใช้คอนซีลเลอร์บริเวณรอบดวงตา ให้ลงเฉพาะบริเวณผิวรอบดวงตาที่หมองคล้ำ ในกรณีที่ตาบวม ให้หลีกเลี่ยงการใช้สีที่สว่างมากเนื่องจากสีเหล่านี้จะทำให้ปัญหาดู “แย่ขึ้น”

  • การทดสอบเฉดสีของรองพื้นควรทดสอบในบริเวณใดของผิว?

    บนใบหน้าคุณ ไม่ว่าจะเป็นขากรรไกรหรือบริเวณรอบจมูก ไม่ควรทดสอบที่ข้อมือเนื่องจากลักษณะของผิวและสีผิวในบริเวณนี้ต่างจากบริเวณใบหน้า รองพื้นที่เหมาะกับคุณมากที่สุดคือรองพื้นที่ใช้แล้วดูเนียนจนใกล้เคียงผิวจริง

  • เหตุใดการเตรียมผิวก่อนแต่งหน้าจึงสำคัญอย่างยิ่ง?

    ผิวที่สวยสมบูรณ์แบบได้ยาวนานเกิดจากการเตรียมผิวด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสม เพราะจะช่วยปรับสมดุลผิวและช่วยให้เครื่องสำอางติดทนนาน

  • ส่วนผสมในผลิตภัณฑ์

  • คุณใช้สารกันเสีย (Methylisothiazolinone) ในผลิตภัณฑ์หรือไม่?

    ลอรีอัลห่วงใยความปลอดภัยของผู้บริโภคมากที่สุด และใช้เฉพาะสารกันเสียที่มีสถิติด้านความปลอดภัยสูงเท่านั้น หากมีข้อกังวลเกี่ยวกับสารกันเสียตัวใด เราจะทำการประเมินความปลอดภัยของสารตัวนั้นใหม่อีกครั้งร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ในอุตสาหกรรม ด้วยเหตุนี้ ในปี 2013 เราจึงตัดสินใจเลิกใช้สารกันเสีย (Methylisothiazolinone) ในผลิตภัณฑ์ที่ต้องทาทิ้งไว้บนผิว การเลิกใช้สารดังกล่าวในผลิตภัณฑ์เหล่านี้เพิ่งเสร็จสมบูรณ์ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ลอรีอัลยังไม่ใช้สารกันเสียในผลิตภัณฑ์ไฮโป-อัลเลอร์เจนิค ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กทารก และผลิตภัณฑ์กันแดด เรากำลังติดตามการทบทวนความปลอดภัยของสารกันเสียโดยคณะกรรมาธิการยุโรปอย่างใกล้ชิด การทบทวนนี้จะช่วยกำหนดแนวทางการใช้สารกันเสียอย่างปลอดภัยในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางชนิดล้างออก โดยมีความเข้มข้นในระดับที่เหมาะสมที่สุด

  • คุณใช้สารรบกวนการทำงานของต่อมไร้ท่อในผลิตภัณฑ์หรือไม่?

    เราใส่ใจในข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้สารรบกวนการทำงานของต่อมไร้ท่อในเครื่องสำอางอย่างยิ่ง เราได้ศึกษาเรื่องการปรับระบบการทำงานของต่อมไร้ท่อมานาน และได้นำการศึกษาดังกล่าวมาใช้อย่างเต็มที่ในแง่ของการประเมินความปลอดภัยในส่วนผสมของเรา วัตถุดิบใหม่จะได้รับการคัดกรองทั้งหมด และมีการประเมินส่วนผสมที่ใช้อยู่อย่างต่อเนื่อง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของเราปลอดภัยและปราศจากสารรบกวนการทำงานของต่อมไร้ท่อ

  • คุณใช้พาทาเลต (Phthalates) ในผลิตภัณฑ์หรือไม่?

    เราเริ่มต้นเลิกใช้พาทาเลตในผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ปี 2007 โดยเลิกใช้พาทาเลตอย่างสมบูรณ์ในปี 2010 สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ในขณะนั้น และในสูตรของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่คิดค้นขึ้นใหม่ภายหลัง

  • คุณใช้ไมโครบีดส์พลาสติก (Plastic Microbeads) ในผลิตภัณฑ์หรือไม่?

    ลอรีอัลจริงจังกับการดูแลสิ่งแวดล้อม และมุ่งมั่นที่จะตรวจสอบให้ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สุดเทียบกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดียวกัน จึงได้ก่อตั้งศูนย์ทดลองเพื่อการวิจัยขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อประเมินผลกระทบที่สูตรของผลิตภัณฑ์ของเรามีต่อระบบนิเวศทางน้ำ เริ่มต้นในปี 1995 ลอรีอัลตัดสินใจจัดการปัญหาเรื่องไมโครบีดส์พลาสติก โดยประกาศต่อสาธารณะว่าจะเลิกใช้ไมโครบีดส์โพลีเอทิลีนในเม็ดสครับในปี 2017 การเลิกใช้ส่วนผสมเดิมเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน เพราะต้องอาศัยการวิเคราะห์และการเสาะหาส่วนผสมที่นำมาใช้แทนได้และตรงตามเกณฑ์หลายอย่าง (เช่น ความปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ประสิทธิภาพ แหล่งวัตถุดิบที่ยั่งยืน และต้นทุนโดยรวม) ลอรีอัลกำลังมองหาส่วนผสมจากธรรมชาติมาใช้แทน (เช่น อนุภาคแร่ เมล็ดผลไม้) ซึ่งให้ประสิทธิภาพและความปลอดภัยเช่นเดิม คุณอาจอยากทราบว่าเรามีมาตรการและปณิธานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างไรในภาพรวม ภายในปี 2020 เราได้ตั้งเป้าว่าจะลดการสร้างผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมลง 60% เมื่อเทียบกับปี 2005 เราจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 60% (ค่าสัมบูรณ์) รวมทั้งลดอัตราการใช้น้ำและอัตราการเกิดของเสียต่อผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายหนึ่งหน่วยลง 60% เมื่อเทียบกับปี 2005 โดยจะมีการกระตุ้นบุคลากรในทีมทุกวันให้พยายามลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากโรงงานและศูนย์กระจายสินค้าของเรา นอกจากนี้เรายังมุ่งมั่นที่จะลดปริมาณขยะที่นำไปฝังกลบให้เหลือศูนย์ และลดอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในขั้นตอนการขนส่งลง 20% ต่อผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายหนึ่งหน่วย เมื่อเทียบกับปี 2011