ทำไมกันแดดถึงเป็นสกินแคร์ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด
กันแดดเป็นสกินแคร์ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เนื่องจากเป็นเกราะป้องกันด่านแรกและด่านสุดท้ายของผิว หากคุณอยากมีผิวที่ดูอ่อนเยาว์ กระจ่างใส และปราศจากปัญหาผิว การทากันแดด คือ คำตอบที่ตรงจุดที่สุด
รังสี UVA UVB และ Blue Light ทำอะไรกับผิว
หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อรังสีเหล่านี้ แต่ทราบหรือไม่ว่ามันทำร้ายผิวเราต่างกันอย่างไร?
- UVA (Aging): รังสีคลื่นยาวที่ทะลุกระจกเข้ามาได้ ทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวลึก เป็นสาเหตุหลักของ ริ้วรอย ความหย่อนคล้อย และความแก่ก่อนวัย
- UVB (Burning): รังสีคลื่นสั้นที่แผดเผาผิวชั้นนอก ทำให้เกิด ผิวไหม้แดด รอยแดง ฝ้า กระ และความหมองคล้ำ
- Blue Light (แสงสีฟ้า): แสงจากหน้าจอสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และหลอดไฟ แม้จะไม่ทำให้ผิวไหม้ แต่มีงานวิจัยระบุว่าแสงสีฟ้ากระตุ้นให้เกิด รอยดำและการสร้างเม็ดสีผิวที่ผิดปกติ ได้ลึกไม่แพ้ UVA
สถิติมะเร็งผิวหนังและการป้องกัน
อัตราการเกิดมะเร็งผิวหนังทั่วโลกมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากชั้นโอโซนที่บางลง รังสี UV คือ ปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งที่กระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังเกิดการกลายพันธุ์ การทากันแดดเป็นประจำทุกวัน (Daily Sunscreen Application) สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนังชนิดต่างๆ ได้อย่างมีนัยสำคัญ ถือเป็นการป้องกันโรคและปกป้องความสวยงามไปพร้อมกัน
ทำความเข้าใจค่า SPF และ PA
การทำความเข้าใจค่า SPF และ PA คือ วิธีเลือกกันแดดที่ต้องรู้ก่อนเลือกซื้อ เพราะตัวเลขหลังค่า SPF และ PA จะเป็นตัวบ่งบอกว่าผิวของคุณจะได้รับการปกป้องในระดับใด
SPF 30, 50, 100+ ต่างกันจริงไหม
SPF (Sun Protection Factor) คือ ค่าที่บอกความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสี UVB
- SPF 30: ปกป้องรังสี UVB ได้ประมาณ 97%
- SPF 50: ปกป้องรังสี UVB ได้ประมาณ 98%
- SPF 100+: ปกป้องรังสี UVB ได้ประมาณ 99%
จะเห็นได้ว่าไม่มีกันแดดตัวไหนในโลกที่กันแดดได้ 100% และความต่างระหว่าง SPF 50 กับ 100 นั้นมีเพียง 1% เท่านั้น แพทย์ผิวหนังส่วนใหญ่จึงแนะนำให้ใช้ SPF 30-50 ก็เพียงพอแล้วสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน หากใช้อย่างถูกวิธีและทาในปริมาณที่เหมาะสม
PA+, PA++, PA+++, PA++++ หมายถึงอะไร
PA (Protection Grade of UVA) คือ ระบบของเอเชียที่ใช้วัดประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากรังสี UVA
- PA+: ประสิทธิภาพเริ่มต้น เหมาะสำหรับอยู่ในร่ม
- PA++: ประสิทธิภาพปานกลาง เหมาะสำหรับกิจกรรมทั่วไป
- PA+++: ประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง
- PA++++: ประสิทธิภาพสูงสุด ปกป้องรังสี UVA ได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับแดดจัดหรือผู้ที่ต้องการป้องกันริ้วรอยขั้นสุด
ประเภทกันแดด: Chemical, Physical, Hybrid
ประเภทของกันแดดในท้องตลาด แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ตามกลไกการทำงาน
ข้อดีข้อเสียของแต่ละประเภท
Chemical Sunscreen (กันแดดแบบเคมี)
- การทำงาน: ดูดซับรังสี UV ไว้ในผิวแล้วเปลี่ยนเป็นความร้อนก่อนปล่อยออกไป
- อดี: เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ซึมไว ไม่ทิ้งคราบขาว (No White Cast)
- ข้อเสีย: อาจระคายเคืองได้ในบางคนที่ผิวแพ้ง่ายมาก และต้องทารอ 15-20 นาทีก่อนออกแดด
Physical Sunscreen (กันแดดแบบฟิสิคัล)
- การทำงาน: เคลือบอยู่บนผิวและสะท้อนรังสี UV ออกไปเหมือนกระจก (ส่วนผสมหลัก คือ Zinc Oxide, Titanium Dioxide)
- ข้อดี: อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่ายและเด็ก ทาปุ๊บออกแดดได้ปั๊บ
- อเสีย: เนื้อมักจะหนา เกลี่ยยาก และมักทิ้งคราบขาวหรือหน้าลอย
Hybrid Sunscreen (กันแดดแบบผสม)
- การทำงาน: นำข้อดีของทั้งสองแบบมาผสมกัน ทั้งสะท้อนและดูดซับรังสี
- ข้อดี: เนื้อสัมผัสดีขึ้น ไม่ขาววอกเท่า Physical และระคายเคืองน้อยกว่า Chemical ล้วน
เลือกแบบไหนให้เหมาะกับสภาพผิวและไลฟ์สไตล์
ครีมกันแดดทาหน้าที่ดีที่สุดต้องเหมาะกับสภาพผิวและไลฟ์สไตล์
- เน้นแต่งหน้า สายกิจกรรม: ให้เลือก Chemical หรือ Hybrid เพราะเนื้อกลืนไปกับผิว ไม่รบกวนเมคอัพ
- ผิวบอบบาง แพ้ง่าย เป็นสิว: ให้เลือก Physical เพื่อลดโอกาสการเกิดอาการแพ้สารเคมี
วิธีทากันแดดให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
การมีกันแดดราคาแพงแต่ทาผิดวิธี ก็เท่ากับไม่ได้ทาเลย นี่คือกฎเหล็กของการทากันแดด
ปริมาณที่ถูกต้องสำหรับใบหน้าและลำตัว
- ำหรับใบหน้าและลำคอ: กฎ 2 ข้อนิ้วชี้ หรือการบีบครีมกันแดดเป็นเส้นตรงยาวเท่านิ้วชี้และนิ้วกลาง หากเป็นเนื้อที่มีความเหลวอาจใช้ประมาณเหรียญสิบ บาท 1 เหรียญเป็นปริมาณที่พอดีสำหรับการสร้างฟิล์มเคลือบผิวให้ได้ค่า SPF ตามฉลาก
- ำหรับลำตัว: ใช้ปริมาณประมาณ 1 แก้วเป๊ก (Shot glass) หรือ 30 มิลลิลิตร สำหรับทาทั่วร่างกาย
ต้องทาก่อนออกแดดนานแค่ไหน
หากเป็น Chemical หรือ Hybrid Sunscreen ควรทาทิ้งไว้ 15-20 นาที เพื่อให้เนื้อครีมเซ็ตตัวและสร้างชั้นฟิล์มปกป้องผิวได้อย่างสมบูรณ์ก่อนเจอแดด แต่หากเป็น Physical Sunscreen สามารถทาแล้วออกแดดได้ทันที
ต้องทาซ้ำทุกกี่ชั่วโมง
รังสี UV, เหงื่อ, และความมันบนใบหน้า จะทำให้ประสิทธิภาพของกันแดดลดลง จึงควรทาซ้ำ ทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง โดยเฉพาะเมื่ออยู่กลางแจ้ง ว่ายน้ำ หรือเล่นกีฬาที่มีเหงื่อออกมาก
วิธีทาซ้ำบน Makeup
สำหรับสายแต่งหน้าอาจเป็นกังวลว่า การทากันแดดซ้ำระหว่างวัน หรือต้องทาทับ Make up จะทำให้เป็นคราบไหม เทคนิคด้านล่างนี้จะช่วยให้คุณสามารถพกกันแดดซองไปทาซ้ำได้อย่างมั่นใจ
- เตรียมผิวก่อนทา: ซับความมันออกก่อนปาดเพื่อป้องกันคราบ
- ใช้พัฟคุชชั่น: บีบกันแดดเนื้อเหลวลงบนพัฟคุชชั่นที่ไม่ใช้แล้ว แล้วค่อย ๆ แท็บ ๆ (Tap) ลงบนผิวหน้า วิธีนี้จะไม่ทำให้เมคอัพเคลื่อน
กันแดดสำหรับแต่ละสภาพผิว: เลือกอะไรดี
ให้คิดไว้เสมอว่าการเลือกกันแดดก็เหมือนการเลือกเซรั่มบำรุงผิวหน้า คือต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพผิว และปัญหาผิวที่มี
ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวผสม ผิวแพ้ง่าย
- ผิวมัน: มองหาคำว่า Oil-Free, Matte Finish หรือกันแดดเนื้อเจล (Gel/Fluid) เพื่อควบคุมความมันและไม่ทำให้อุดตัน
- วแห้ง: เลือกกันแดดเนื้อครีม (Cream) ที่มีส่วนผสมของสารให้ความชุ่มชื้น เช่น Hyaluronic Acid หรือ Ceramide
- วผสม: เลือกกันแดดเนื้อเซรั่ม (Serum) หรือโลชั่นบางเบา ที่มอบความชุ่มชื้นแต่ไม่ทิ้งความมันวาว
- ผิวแพ้ง่าย: เน้น Physical Sunscreen ที่ระบุว่า Hypoallergenic, Fragrance-Free (ปราศจากน้ำหอม) และ Non-Comedogenic (ไม่ก่อให้เกิดสิว)
กันแดด L'Oréal Paris ที่แนะนำ
หากคุณกำลังมองหากันแดดที่ตอบโจทย์ทั้งการปกป้องขั้นสุด และมีเนื้อสัมผัสที่ยอดเยี่ยม ขอแนะนำ Loreal Paris UV Defender Sun-Repair Invisible Serum นวัตกรรมล่าสุดจากลอรีอัล ปารีส ที่มาในรูปแบบกันแดดเนื้อเซรั่มล่องหน
- ปกป้องขั้นสุด: ด้วย SPF50+ และ PA++++ ป้องกันครอบคลุมทั้ง UVA และ UVB
- เนื้อสัมผัส Invisible: ซึมซาบไว หายไปกับผิว ไม่ทิ้งคราบขาว ไม่เหนอะหนะ เหมาะกับทุกสภาพผิว แม้ผิวมัน
- Sun Repair: ผสานส่วนผสมของสกินแคร์ชั้นยอด ช่วยฟื้นบำรุงผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดด ลดเลือนรอยดำ และเติมความชุ่มชื้นไปพร้อมกับการปกป้องผิว
ปกป้องผิวคนไทยมายาวนานด้วยความเชี่ยวชาญของ L'Oréal Paris
L'Oréal Paris เข้าใจสภาพผิวของคนเอเชียและคนไทยที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนชื้นและแดดจัด ด้วยความเชี่ยวชาญและการวิจัยด้านนวัตกรรมกันแดดระดับโลก (Advanced UV Filters) ด้วยเหตุนี้ ลอรีอัล ปารีส จึงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่อุดตัน ไม่ทำให้หน้าเยิ้มระหว่างวัน และผ่านการทดสอบทางคลินิกแล้วว่าสามารถปกป้องผิวจากความหมองคล้ำและริ้วรอยก่อนวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมความมั่นใจให้ผู้หญิงไทยทุกคนกล้าท้าแดดในทุก ๆ วัน
สรุป: ความรู้เรื่องกันแดดคือการลงทุนผิวที่คุ้มที่สุด
การดูแลผิวไม่จำเป็นต้องซับซ้อน เพียงแค่มีความเข้าใจเรื่องรังสี UV การเลือกค่า SPF/PA ที่เหมาะสม และวินัยในการทากันแดดในปริมาณที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถชะลอวัยและปกป้องผิวจากโรคร้ายได้แล้ว กันแดด SPF50+จึงไม่ใช่แค่เครื่องสำอาง แต่คือการลงทุนระยะยาวเพื่อสุขภาพผิวของคุณ เริ่มเช้านี้ด้วยกันแดดที่ใช่ แล้วผิวอีก 10 ปีข้างหน้าจะขอบคุณคุณ
กันแดดทุกสูตรจาก L'Oréal Paris
FAQ
อยู่ในบ้านทั้งวันต้องทากันแดดไหม?
ต้องทา เนื่องจากรังสี UVA สามารถทะลุผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาทำร้ายผิวถึงในบ้านได้ นอกจากนี้ แสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และมือถือก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ผิวหมองคล้ำ การทากันแดดแม้อยู่ในบ้านจึงเป็นเรื่องจำเป็น
กันแดดทำให้เป็นสิวจริงไหม?
ไม่เสมอไป กันแดดเองไม่ใช่สาเหตุหลักของสิว แต่การเลือกเนื้อผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว เช่น คนผิวมันใช้เนื้อครีมข้น หรือการล้างหน้าไม่สะอาดต่างหากที่ทำให้เกิดการอุดตัน แนะนำให้ดูรีวิวกันแดดในเซเว่นเพื่อเลือกสูตรที่เหมาะผิวตนเอง และใช้ Cleansing Water หรือ Cleansing Oil เช็ดทำความสะอาดกันแดดออกก่อนล้างหน้าด้วยโฟมทุกครั้ง
เด็กใช้กันแดดผู้ใหญ่ได้ไหม?
ไม่แนะนำ เพราะผิวของเด็กมีความบอบบางกว่าผู้ใหญ่มาก สารเคมีหรือน้ำหอมในกันแดดผู้ใหญ่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ ควรเลือกใช้กันแดดที่สูตรสำหรับเด็กโดยเฉพาะ มักเป็นแบบ Physical 100% และเด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดแทนการทากันแดด