มากกว่าแค่การป้องกันผิวไหม้จากแสงแดด
มากกว่าแค่การป้องกันผิวไหม้จากแสงแดด แม้หน้าที่หลักของครีมกันแดด คือ การป้องกันผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลต หรือรังสียูวี (UV) ซึ่งแบ่งออกเป็น UVA และ UVB รังสี UVB ที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวไหม้ แดง และแสบ ส่วนรังสี UVA เป็นตัวการที่ทำร้ายผิวได้ลึกกว่า ทำให้เกิดริ้วรอย ฝ้า กระ และความหมองคล้ำ การใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันรังสี UVB ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ค่า PA จะช่วยบ่งบอกถึงความสามารถในการป้องกันรังสี UVA ยิ่งค่า PA สูงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งป้องกันได้ดีขึ้นเท่านั้น การเลือกครีมกันแดดที่มีทั้ง SPF และ PA จึงเป็นสิ่งสำคัญ
นอกจากรังสียูวีแล้ว ปัจจุบันผิวหน้ายังต้องเผชิญกับปัจจัยทำร้ายอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น แสงสีฟ้า จากหน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ มลภาวะในอากาศ และอนุมูลอิสระที่เกิดจากสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวเร่งให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยและความเสียหายต่อผิวได้ ครีมกันแดดในปัจจุบันจึงได้รับการพัฒนาให้มีคุณสมบัติที่เหนือกว่าแค่การป้องกันรังสียูวี โดยมีการเพิ่มส่วนผสมที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงสีฟ้าและมลภาวะ รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

ประโยชน์ที่คุณอาจไม่รู้ของครีมกันแดด
ประโยชน์ที่คุณอาจไม่รู้ของครีมกันแดด ที่นอกจากการป้องกันผิวจากแสงแดดแล้วนั้น ยังแฝงไว้ด้วยประโยชน์อีกมากมายที่จำเป็นต่อผิวของคุณไม่ให้ถูกทำร้ายจากตัวการร้ายต่าง ๆ
1. ป้องกันริ้วรอยก่อนวัย
รังสี UVA เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินในผิวเสื่อมสภาพ ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นและเกิดริ้วรอย ครีมกันแดดจึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการชะลอการเกิดริ้วรอยให้ช้าลง
2. ลดความเสี่ยงในการเกิดฝ้าและกระ
ฝ้าและกระเป็นปัญหาผิวที่เกิดจากการผลิตเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติ ซึ่งมักเกิดจากการถูกกระตุ้นด้วยแสงแดด การใช้ครีมกันแดดเป็นประจำจะช่วยยับยั้งการทำงานของเม็ดสี ทำให้ผิวหน้ากระจ่างใสและสม่ำเสมอขึ้น
3. ป้องกันมะเร็งผิวหนัง
นี่คือประโยชน์ที่สำคัญที่สุด การใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปเป็นประจำทุกวันจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนังได้ถึง 50%
4. ช่วยให้ผิวมีสุขภาพดี
หลายคนอาจไม่รู้ว่านอกจากการป้องกันผิวจากแสงแดดแล้ว ครีมกันแดดบางสูตรมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงผิว เช่น วิตามินอี สารสกัดจากธรรมชาติ หรือไฮยาลูรอน ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับผิว ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและมีชีวิตชีวา
การเลือกและใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันผิวจากแสงแดดให้ถูกวิธี
การเลือกและใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันผิวจากแสงแดดให้ถูกวิธีควรพิจารณาจากสภาพผิวและกิจกรรมในแต่ละวัน สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ควรเลือกใช้ Physical Sunscreen ที่มีส่วนผสมจากแร่ธาตุธรรมชาติ ที่จะสะท้อนรังสียูวีออกไปจากผิว ส่วนผู้ที่มีผิวมันและเป็นสิวง่าย ควรเลือกสูตรที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน (Non-comedogenic) และมีเนื้อสัมผัสบางเบา
วิธีการใช้งาน
สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือวิธีการใช้ ควรทาครีมกันแดดในปริมาณที่เหมาะสม คือประมาณ 2 ข้อนิ้ว สำหรับผิวหน้าและลำคอ และควรทาซ้ำทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือมีเหงื่อออกมาก อย่าลืมว่าแม้ในวันที่ฝนตกหรืออยู่ในอาคาร แสงยูวีก็ยังสามารถส่องผ่านกระจกเข้ามาทำร้ายผิวได้ ดังนั้น การทาครีมกันแดดจึงควรเป็นกิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้
ครีมกันแดดทาหน้าไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ป้องกันผิวไหม้จากแดดอีกต่อไป แต่เป็นสกินแคร์ที่ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิวจากอันตรายรอบด้าน ทั้งรังสียูวี แสงสีฟ้า และมลภาวะ การลงทุนกับการใช้ครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับสุขภาพผิวในระยะยาว เพราะมันคือขั้นตอนง่าย ๆ ที่จะช่วยให้ผิวหน้าของคุณดูอ่อนเยาว์ กระจ่างใส และห่างไกลจากปัญหาผิวต่าง ๆ ได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น อย่ามองข้ามความสำคัญของครีมกันแดดอีกต่อไป แล้วผิวของคุณจะขอบคุณคุณในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน