ทำไมยิ่งสระบ่อย ผมถึงยิ่งมันเยิ้ม?
ก่อนจะไปดูวิธีแก้ ต้องทำความเข้าใจกลไกธรรมชาติกันสักนิด จริง ๆ แล้วน้ำมันบนหนังศีรษะ (Sebum) ไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไป ร่างกายผลิตขึ้นมาเพื่อเคลือบเส้นผมให้เงางามและปกป้องหนังศีรษะไม่ให้แห้งลอก แต่ปัญหาโลกแตกมักเกิดขึ้นตอนที่ต่อมไขมันขยันผลิตน้ำมันออกมา "มากเกินไป"
วงจร "หนังศีรษะช็อค" ผลิตน้ำมันสู้กลับ
เรื่องนี้เป็นความจริงที่หลายคนคาดไม่ถึง การสระผมบ่อย ๆ โดยเฉพาะการใช้แชมพูที่ทำความสะอาดรุนแรงเกินไป จะไปกวาดเอาน้ำมันตามธรรมชาติบนหนังศีรษะออกไปจนเกลี้ยง พอหนังศีรษะแห้งตึง ร่างกายจะตกใจและส่งสัญญาณเตือนว่า "หนังศีรษะแห้งเกินไปแล้ว" ทำให้ต่อมไขมันต้องรีบปั๊มน้ำมันออกมาเคลือบผิวให้เร็วกว่าเดิมและมากกว่าเดิม กลายเป็นวงจรชวนปวดหัว สระ > หนังศีรษะแห้ง > ผลิตน้ำมันชดเชย > ผมมันเร็วกว่าเดิม วนลูปไปแบบนี้ไม่มีวันจบ
ปัจจัยแฝงที่ทำให้ผมมันเร็วกว่าคนอื่น
นอกจากเรื่องสระผมบ่อยแล้ว อาการหนังศีรษะมันยังมีตัวการแฝงอื่น ๆ ที่อาจเผลอมองข้ามไป
ฮอร์โมนและกรรมพันธุ์
ลองสังเกตดูว่าถ้าคนในครอบครัวเป็นคนผิวหน้ามัน หนังศีรษะมัน เราก็มีแนวโน้มจะรับมรดกความมันนี้มาด้วย นอกจากนี้ ช่วงที่ฮอร์โมนสวิง เช่น ช่วงวัยรุ่น ช่วงมีประจำเดือน หรือแม้แต่ช่วงที่มีความเครียดสะสม ร่างกายก็จะกระตุ้นให้ผลิตความมันออกมามากกว่าปกติ
อากาศร้อนชื้นแบบเมืองไทย
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอากาศบ้านเราคือตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดี แค่เดินออกไปทานข้าวเที่ยงเหงื่อก็ซึมแล้ว พอเหงื่อผสมเข้ากับน้ำมันบนหนังศีรษะ โคนผมก็เลยยิ่งดูเหนียวเหนอะหนะ ลีบแบนเร็วกว่าคนที่อยู่ในประเทศเมืองหนาว
ใช้ผลิตภัณฑ์ผิด ชีวิตเปลี่ยน
การเลือกใช้แชมพูที่เน้นให้ความชุ่มชื้นสูง หรือครีมนวดผมสูตรเข้มข้นที่ผสมซิลิโคน (Silicones) มักจะทิ้งสารเคลือบเส้นผมเอาไว้ ถ้าล้างออกไม่หมด จะไปอุดตันรูขุมขน ทำให้ผมทั้งมัน ทั้งหนัก แถมอาจก่อให้เกิดรังแคตามมา
วิธีแก้ผมมันแบบยั่งยืน ทวงคืนโคนผมมีวอลลุ่ม
พอรู้ต้นตอของปัญหาแล้ว ทีนี้ก็มาถึงเวลาลงมือแก้กัน รับรองว่าถ้าปรับตามนี้ สภาพหนังศีรษะจะค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
1. ฝึกหนังศีรษะใหม่ (Hair Training) ยืดเวลาระหว่างการสระ
วิธีที่เห็นผลที่สุดในการหยุดวงจรผลิตน้ำมันสู้กลับ คือการค่อย ๆ ยืดระยะเวลาการสระผมออกไป ลองลดความถี่ลงเหลือวันเว้นวัน หรือ 2 วันครั้ง ช่วงสัปดาห์แรกอาจจะรู้สึกขัดใจเพราะผมยังมันอยู่ แนะนำให้มัดผม หรือใช้ Dry Shampoo ฉีดที่โคนผมฉุกเฉินไปก่อน แต่พอผ่านไปสักพัก หนังศีรษะจะเริ่มเรียนรู้ว่าไม่ต้องรีบผลิตน้ำมันออกมาเยอะ ๆ สมดุลความชุ่มชื้นก็จะกลับมาเป็นปกติ
2. เลือกแชมพูที่เกิดมาเพื่อคนผมมันโดยเฉพาะ
การเลือกผลิตภัณฑ์คือหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหานี้ ควรบอกลาแชมพูเนื้อครีมหนัก ๆ แล้วหันมาใช้แชมพูที่ช่วยเคลียร์ความมันล้ำลึก แต่ยังคงความชุ่มชื้นให้ปลายผม
ไอเทมที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนมีปัญหา "โคนผมมัน ปลายแห้ง" โดยเฉพาะ ขอแนะนำคู่หู ลอรีอัล ปารีส เอลแซฟ ไฮยาลูรอน เพียว 72เอช เพียวริฟายอิ้ง แชมพู และ ลอรีอัล ปารีส เอลแซฟ ไฮยาลูรอน เพียว 72เอช รีไฮเดรติ้ง คอนดิชันเนอร์ ที่มีส่วนผสมทรงพลังคอยจัดการปัญหาอย่างตรงจุด
- เคลียร์ความมันที่โคนผม: ตัวแชมพูมีส่วนผสมของ ซาลิไซลิก แอซิด (Salicylic Acid) ช่วยขจัดความมัน สิ่งสกปรก และความเหนอะหนะบนหนังศีรษะได้อย่างหมดจด ทำให้โคนผมเบาสบาย ไม่ลีบแบน
- เติมความชุ่มชื้นให้ปลายผม: ตามด้วยคอนดิชันเนอร์ที่ผสาน ไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) ช่วยล็อกความชุ่มชื้นให้เส้นผมนุ่มสลวยยาวนานถึง 72 ชั่วโมง โดยเนื้อผลิตภัณฑ์บางเบา ไม่ทำให้หนังศีรษะกลับมามันเยิ้ม
เคล็ดลับเพิ่มเติม: เวลาใช้ ลอรีอัล ปารีส เอลแซฟ ไฮยาลูรอน เพียว คอนดิชันเนอร์ ให้ชโลมแค่ "กึ่งกลางผมไปจนถึงปลายผม" เท่านั้น ห้ามให้ครีมนวดโดนหนังศีรษะเด็ดขาด
3. ปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละวัน
- เลิกสางผมบ่อย ๆ: มือของเรามีทั้งเหงื่อ น้ำมัน และฝุ่น การเอามือไปเสยผมหรือสางผมเล่นบ่อย ๆ ก็เหมือนการเติมความมันให้เส้นผมโดยไม่รู้ตัว
- ซักปลอกหมอนและล้างหวีบ้าง: หวีที่ใช้ทุกวันมักจะมีคราบน้ำมันและแชมพูเก่าสะสมอยู่ ลองนำหวีไปล้างน้ำสบู่สัปดาห์ละครั้ง และเปลี่ยนปลอกหมอนบ่อย ๆ จะช่วยลดความหมักหมมได้มาก
- ลดของทอด ของมัน: อาหารการกินส่งผลโดยตรงกับความมันบนผิว พยายามลดของทอด ของหวาน และดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น เพื่อปรับสมดุลจากภายในสู่ภายนอก

บทสรุป
ปัญหา "สระผมทุกวันทำไมผมมันอยู่" เกิดจากการที่หนังศีรษะแห้งจนเสียสมดุล วิธีแก้ที่ยั่งยืนที่สุดคือการ "ปรับสมดุล" ค่อย ๆ ลดความถี่ในการสระผมลง เลือกใช้แชมพูที่ช่วยขจัดความมันและไม่อุดตัน และลดพฤติกรรมเอามือสัมผัสเส้นผม เพียงเท่านี้ ก็สามารถบอกลาโคนผมเยิ้ม และกลับมาสะบัดผมสวยได้อย่างมั่นใจตลอดวัน