ไขข้อข้องใจ ใช้เรตินอลแล้วหน้าบางจริงหรือ? ความจริงที่สายสกินแคร์ต้องรู้

เมื่อพูดถึงสกินแคร์ตัวท็อปที่ช่วยเรื่องลดเลือนริ้วรอยและทำให้ผิวดูเด็กลง "เรตินอล" (Retinol) มักจะเป็นชื่อแรกที่หลายคนนึกถึง แต่ถึงแม้จะรีวิวดีแค่ไหน ก็ยังมีกระแสที่ทำให้หลายคนไม่กล้าลองใช้ โดยเฉพาะความเชื่อฝังหัวที่ว่า "ใช้เรตินอลแล้วหน้าจะบางลง" วันนี้เราจะมาแกะรอยการทำงานแบบเข้าใจง่าย เพื่อไขข้อข้องใจว่าสรุปแล้วความเชื่อนี้เป็นเรื่องจริงหรือแค่เข้าใจผิดกันแน่

ทำความรู้จัก "เรตินอล" ไอเทมกู้ผิวเด็ก

Retinol คือหนึ่งในอนุพันธ์ของวิตามินเอ (Vitamin A) ที่วงการแพทย์ผิวหนังยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสูงมากในการจัดการกับริ้วรอย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และช่วยให้ผิวที่ดูหยาบกร้านกลับมาเรียบเนียน

เรตินอลทำงานกับผิวของเรายังไง?

Retinol ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกทิ้งไปเหมือนพวกกรด AHA หรือ BHA แต่จะซึมลึกลงไปในชั้นผิว เพื่อสื่อสารให้เซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพหลุดออกไป และกระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่แข็งแรงและสมบูรณ์ขึ้นมาแทนที่

สรุปแล้ว ใช้เรตินอลแล้วหน้าบางจริงไหม?

คำตอบสั้น ๆเลยคือ "ไม่จริง" การใช้อย่างถูกวิธีไม่ได้ทำให้ผิวหน้าบางลง ในทางกลับกันเป็นตัวช่วยชั้นดีที่ทำให้โครงสร้างผิวโดยรวมของเราหนาและแข็งแรงขึ้นด้วยซ้ำ

ความลับของชั้นผิวที่หลายคนเข้าใจผิด

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองมาดูการทำงานของเรตินอลที่มีต่อผิวแต่ละชั้นกัน

ผิวชั้นนอก (ขี้ไคล) บางลง แต่เรียบเนียนขึ้น

Retinol จะเข้าไปเร่งการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกสุด (ชั้นขี้ไคล) ให้หลุดลอกออกไปเร็วขึ้น กระบวนการนี้ทำให้ "ชั้นขี้ไคล" บางลง ผิวจึงดูโกลว์ กระจ่างใส และเรียบเนียน ซึ่งการที่ชั้นขี้ไคลหลุดออกไปนี่แหละ ที่เป็นต้นเหตุทำให้หลายคนทึกทักไปเองว่า Retinol ทำให้หน้าบาง

ผิวชั้นใน (หนังแท้) หนาและแน่นฟูขึ้น

เมื่อ Retinol ซึมลงไปถึงผิวชั้นหนังแท้ จะเข้าไปกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินให้ทำงานหนักขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือชั้นผิวหนังแท้จะมีความหนาแน่น ยืดหยุ่น และแข็งแรง โครงสร้างผิวโดยรวมจึงหนาขึ้น ไม่ได้บางลงอย่างที่กลัวกัน

ถ้าไม่ได้หน้าบาง แล้วทำไมถึงรู้สึกแสบแดง?

แม้ผิวชั้นในจะหนาและแข็งแรงขึ้น แต่เหตุผลที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่าผิวบอบบางหรือแพ้ง่ายตอนใช้ มีสาเหตุมาจากช่วงที่ผิวปรับตัว

อาการผิวปรับตัว (Retinization)

ในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ที่เริ่มใช้ ผิวจะต้องทำความรู้จักกับส่วนผสมใหม่ ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลงชั่วคราว บางคนอาจมีอาการผิวแห้ง ลอก แสบแดง หรือไวต่อแสงแดดมากกว่าปกติ อาการนี้เรียกว่า Retinization ซึ่งเป็นแค่ภาวะชั่วคราวเท่านั้น พอผิวปรับตัวได้ อาการเหล่านี้ก็จะหายไปเอง

สเต็ปดูแลผิวด้วยเรตินอล ลดการระคายเคืองและเห็นผลจริง

สำหรับใครที่เริ่มต้นใช้เรตินอลเพื่อดูแลริ้วรอย การจัดรูทีนสกินแคร์ให้เหมาะสมถือเป็นหัวใจสำคัญ นอกจากการเลือกความเข้มข้นที่เหมาะกับผิวแล้ว การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่ช่วยเสริมความชุ่มชื้นและฟื้นฟูผิวร่วมด้วย จะช่วยให้ผิวปรับตัวกับเรตินอลได้ดีขึ้นและลดโอกาสการระคายเคือง

ขอแนะนำรูทีนดูแลผิวจากลอรีอัล ปารีส (L'Oréal Paris) ในกลุ่ม Revitalift ที่สามารถใช้เป็น “รูทีนเสริม” สำหรับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูเรียบเนียน กระชับ และอิ่มฟูมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เริ่มใช้เรตินอล

 

รูทีนการดูแลผิวด้วยเรตินอล

 

ปลอบประโลมผิวด้วยเนื้อสัมผัสบางเบาจาก ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ เฟิร์มมิ่ง อิมัลชั่น

หลังจากทำความสะอาดผิวและลงเซรั่มเรตินอลแล้ว แนะนำให้ตามด้วยลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ เฟิร์มมิ่ง อิมัลชั่นเพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างล้ำลึกโดยไม่ทิ้งความรู้สึกเหนอะหนะ การบำรุงในสเต็ปนี้จะช่วยปลอบประโลมผิว ลดโอกาสผิวแห้ง ผิวแดง พร้อมเสริมความยืดหยุ่น เตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการบำรุงขั้นต่อไปได้อย่างดีเยี่ยม

ดูแลผิวรอบดวงตาเป็นพิเศษด้วย ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ อายครีม

เนื่องจากผิวบริเวณรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บอบบางและเกิดริ้วรอยได้ง่ายที่สุด จึงควรมีตัวช่วยเฉพาะจุดอย่างลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ อายครีมสูตรเข้มข้นที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและลดเลือนริ้วรอยรอบดวงตาให้ดูตื้นขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยกระชับผิวรอบดวงตาให้ดูสดใส ไม่โทรม และไม่แห้งกร้าน

ล็อกความชุ่มชื้นขั้นสุดยามค่ำคืนด้วย ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ ไนท์ ครีม

ช่วงเวลากลางคืนคือนาทีทองของการฟื้นฟูผิว ปิดจบรูทีนก่อนนอนของคุณด้วยลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ ไนท์ ครีมที่จะช่วยล็อกความชุ่มชื้นขั้นสุด เสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง และทำงานเสริมประสิทธิภาพร่วมกับเรตินอลเพื่อจัดการริ้วรอยอย่างล้ำลึก ให้ตื่นมาพร้อมกับผิวที่ดูอิ่มฟู เด้งกระชับ และลดโอกาสการเกิดผิวแห้งลอกได้อย่างเห็นผล

ปกป้องผิวพร้อมบำรุงในตอนเช้าด้วย ลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ เดย์ครีม เอสพีเอฟ 35

กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดของการใช้เรตินอลคือ “ห้ามละเลยการทากันแดดเด็ดขาด” เพราะผิวหน้าของเราจะไวต่อแสงแดดมากขึ้น แนะนำให้บำรุงและปกป้องผิวด้วยลอรีอัล ปารีส รีไวทัลลิฟท์ เดย์ครีม เอสพีเอฟ 35ที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวี ป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่และจุดด่างดำ พร้อมมอบความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าดูเด้งกระชับและพร้อมสำหรับการแต่งหน้าในสเต็ปต่อไป

 

จัดการปัญหาผิว

สรุป

ความเชื่อที่ว่า "ใช้เรตินอลแล้วหน้าบาง" เป็นเพียงความเข้าใจผิดที่เกิดจากกระบวนการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก ความจริงแล้วการดูแลผิวเพื่อลดเลือนริ้วรอยอย่างถูกวิธี จะช่วยสร้างโครงสร้างผิวชั้นลึกให้หนาตัว แข็งแรง และดูเด็กลง เพียงแค่ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและทากันแดดอย่างสม่ำเสมอ ผิวที่ดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดีก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม