hair color trends

ข้อควรรู้ของการกัดสีผม เพื่อการทำสีผมอย่างมั่นใจ ไร้กังวล

เทรนด์การย้อมสีผมแฟชั่นและแนวสีพาสเทลถือเป็นกระแสที่มาแรงจริง ๆ หลายคนอาจสงสัยว่าคนที่ย้อมผมทำไมสีถึงติดขนาดนี้ ซึ่งปกติแล้วการทำสีผมสว่าง ๆ หรือสีแนวแฟชั่น อาจต้องมีการกัดสีผมก่อนเพื่อให้ได้สีที่ชัดเจนเมื่อลงสีจริง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยย้อมผมหรือผู้ที่มีผมสีดำตามธรรมชาติ เราได้รวบรวม 3 ข้อควรรู้ของการกัดสีผม เพื่อช่วยป้องกันผมเสียและลดอาการระคายเคือง จะเป็นอย่างไรนั้นตามมาศึกษากันได้จากบทความนี้

เลือกน้ำยากัดสีผมอย่างไรดี?

น้ำยากัดสีผมทั่วไปจะมีให้เลือกหลายเฉดสี คุณสามารถเลือกเฉดสีที่ชอบได้แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับพื้นสีผมเดิมของตัวเองและความสว่างของสีใหม่ที่ต้องการย้อม
  • เฉดสีทองแดง เหมาะสำหรับผมที่จะทำสีบลอนด์ส้ม บลอนด์แดง บลอนด์มะฮอกกะนี และคอปเปอร์
  • เฉดสีเหลือง เหมาะสำหรับผมที่จะทำสีเขียว บลอนด์ทอง บลอนด์เขียว บลอนด์หม่นเขียวอมเทา สีม่วงเข้ม
  • เฉดสีเหลืองอ่อนมากถึงสีขาว เหมาะสำหรับผมที่จะทำสีแนวพาสเทลทุกสี เช่น สีม่วง น้ำเงิน เทา
ส่วนเรื่องปริมาณ สำหรับผู้ที่มีผมยาวแนะนำให้ใช้ 2 กล่องขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความยาวและความหนาของผม หากเราป้ายน้ำยากัดสีผมไม่ทั่วอาจทำให้สีผมด่างหรือกัดสีออกมาไม่สม่ำเสมอได้

ข้อดีของการกัดสีผม

สำหรับคนที่ชื่นชอบการทำสีผมตามเทรนด์ใหม่ ๆ เพื่อให้ได้ลุคที่แปลกแหวกแนวไปจากสีผมปกติคงต้องรู้จักการกัดสีผมก่อนการย้อมผมอย่างแน่นอน เพราะการกัดสีผมมีข้อดีช่วยให้สีผมสว่างขึ้น ช่วยให้สามารถย้อมสีผมไปยังสีที่เราต้องการได้ตรงตามที่เราต้องการ ได้สีผมที่สวยกว่าคนที่ไม่ได้กัดสีผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งโทนสีผมอ่อน ๆ หรือสีพาสเทล

ใครที่ไม่ควรกัดสีผม

แม้ว่าการกัดผมจะมีข้อดี แต่ก็มีข้อจำกัดของผู้ที่ไม่ควรกัดสีผมอยู่เหมือนกัน เช่น ผู้ที่มีแผลสดหรือสะเก็ดแผลบนหนังศีรษะจะต้องทำการรักษาแผลให้หายสนิทเสียก่อนจึงจะทำการกัดสีผมได้ ในผู้ที่ผ่านการดัด ยืด หรือทำสี ควรเว้นระยะอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนกัดสี ส่วนผู้ที่มีอาการหนังศีรษะแพ้ง่ายก็ควรทดสอบอาการแพ้ตามคำแนะนำข้างกล่องก่อนทุกครั้ง

กัดสีผมแล้วไม่ได้ดั่งใจ ทำยังไงดี?

สำหรับชาวเอเชียนั้น การกัดสีผมเพียงครั้งเดียวอาจไม่เพียงพอ บางคนอาจจะต้องกัดสีซ้ำ 2-3 ครั้งเพื่อให้เส้นผมมีสีที่จางลง ซึ่งสามารถทำซ้ำตามขั้นตอนการกัดสีผมปกติได้ทันทีหลังจากผมแห้งหรือเว้นระยะห่างประมาณ 1-2 สัปดาห์ และระหว่างการกัดสีซ้ำ หากเริ่มรู้สึกว่าแสบหนังศีรษะแล้ว แนะนำให้หยุดใช้ทันที เมื่อได้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงหรือพึงพอใจแล้ว จึงเริ่มขั้นตอนการทำสีผมที่ต้องการต่อไป

อยากกัดสีผมให้สีติดทนสวยต้องทำยังไง?

เมื่อกัดสีผมได้ระดับที่ต้องการแล้ว ก่อนลงสี แนะนำให้สระผมด้วยแชมพูแบบอ่อนโยนเพื่อล้างน้ำยากัดสีผมออกให้หมด หากมีน้ำยาค้างอยู่บนผมขณะลงสี อาจทำให้สีด่างได้ การลงสีหลังกัดสีผม ควรใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เพียง 3% หรือ 6% เท่านั้น ที่ต้องหลีกเลี่ยงการใช้ความเข้มข้นที่ 9% และ 12% เพราะความเข้มข้นของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ยิ่งสูง ยิ่งเปิดเกล็ดผมมาก ทำให้สีหลุดไวขึ้น

ผมจะเสียไหมเมื่อกัดสีผม?

การกัดสีผมเป็นการเปิดเกล็ดเส้นผม ทุกครั้งที่กัดผมก็คือการเปลี่ยนโครงสร้างของเส้นผม ทำให้ผมพรุน เส้นผมที่ผ่านการกัดสีจะมีลักษณะเปราะ แห้ง และแตกปลาย ซึ่งจะไม่สามารถรักษาให้กลับมามีสภาพเดิมได้ 100% ดังนั้น ผู้ที่กัดสีผมจึงต้องหมั่นบำรุงเส้นผมเป็นประจำ นอกจากแชมพูและคอนดิชั่นเนอร์แล้ว ก็ควรหมักผมด้วยทรีทเม้นต์ และใส่เซรั่มบำรุงผมทุกครั้งที่สระผม ใช้ผลิตภัณฑ์หรือสเปรย์กันความร้อนทุกครั้งเมื่อต้องหนีบหรือม้วนผม นอกจากนี้ ควรใช้หวีที่ซี่ใหญ่ขึ้น แต่ไม่ควรหวีผมขณะเปียก เพราะผมจะมีความเปราะ ขาดง่าย อาจรับประทานอาหารที่มีวิตามินและแร่ธาตุเพื่อช่วยบำรุงเส้นผมอย่างปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง ข้าวกล้อง งาดำ ฟักทอง และแครอท เป็นต้น

          การทำสีผมตามเทรนด์แฟชั่นช่วยเปิดประสบการณ์ทางด้านแฟชั่นมิติใหม่ ๆ ให้กับใครหลายคน ซึ่งบางสีผมก็จะเป็นต้องกัดสี ดังนั้นสิ่งสำคัญต้องอย่าลืมเตรียมตัวบำรุงและดูแลเอาใจใส่เส้นผมให้มากเป็นพิเศษเพื่อป้องกันผมเสียที่อาจตามมาได้ในภายหลัง ขอขอบคุณบทความดี ๆ จาก Farger สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

Enim ad minim veniam.

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit, sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna aliqua. Ut enim ad minim veniam, quis nostrud exercitation ullamco laboris nisi ut aliquip ex ea commodo consequat. Duis aute irure dolor in reprehenderit in voluptate velit esse cillum dolore eu fugiat nulla pariatur.